คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับการย้ายไปยูเวนตุส แม้แพงแต่ก็คุ้มอยู่!

สำหรับบทความนี้ขอมาพูดถึงหนึ่งในดีลการซื้อขายนักเตะที่เป็นข่าวดังในช่วงที่ผ่านมา อย่างข่าว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ย้ายออกจากรีลมาดริดไปร่วมทีมยูเวนตุสกันหน่อย เพราะสำหรับข่าวการย้ายทีมของเจ้าสตาร์ดังแดนฝอยทองคนนี้ เป็นข่าวใหญ่ที่หลายๆคนให้ความสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งในฐานะคนดูบอลคนหนึ่งแล้ว ก็อดไม่ได้ที่หยิบเอากระแสข่าวดังกล่าวนี้ มาพูดถึงกันหน่อย

โดยสิ่งที่ถือว่า ค่อนข้างตกใจไม่น้อยเกี่ยวกับการย้ายทีมของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ร่วมทีมยูเวนตุสในครั้งนี้นั้น ก็คงหนีไม่พ้นเรื่อง ค่าตัวการย้ายทีมครั้งนี้นั่นเอง เพราะเมื่อดูจากกระแสข่าวระบุว่า ทางรีลมาดริดนั้นปล่อยตัวคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไปร่วมทีมยูเวนตุสในครั้งนี้ด้วยราคาถึง 100 ล้านยูโรเลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่า ราคาค่าตัวขนาดนี้เมื่อเทียบกับอายุของเจ้าคริสเตียโน่ โรนัลโด้ แล้ว ถือว่าเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว เลยเป็นเสียงกระแสวิจารณ์ไม่น้อย ว่าการลงทุนของยูเวนตุสในครั้งนี้ จะคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปรึเปล่า ซึ่งสำหรับโดยส่วนตัวแล้วมองว่า แม้แพงแต่ก็น่าจะคุ้มค่าอยู่

นั่นก็เพราะคิดว่า แม้ตอนนี้อายุของเจ้าคริสเตียโน่ โรนัลโด้ นั้นจะเข้าเลขสามไปแล้วก็ตาม ก็หากเมื่อดูจากฟอร์มการเล่นกับรีลมาดริดในฤดูกาลที่ผ่านมา และฟอร์มการเล่นจากศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมาแล้ว ถือว่าเจ้าตัวยังค่อนข้างโชว์ฟอร์มการเล่น และรักษามาตรฐานการเล่นได้ดีอยู่ ซึ่งมองว่าฤดูกาลหน้านี้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ น่าจะเติมเต็มความจัดจ้านของแนวรุกทีมยูเวนตุสได้เป็นอย่างดีแน่นอน และการที่สไตล์การเล่นของลีกอิตาลีนั้น ไม่ได้เน้นการความเร็วเยอะ แม้ว่าคริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะอายุมากแล้ว น่าจะเข้ากันได้ดีกับสไตล์การเล่นของลีกอิตาลี น่าจะช่วยทีมป้องกันแชมป์ฤดูกาลหน้าได้ดีระดับหนึ่งแน่นอน อีกทั้งยังมองว่า ในแง่ของการตลาดแล้ว การที่ทีมยูเวนตุสได้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไปร่วมทีมแบบนี้ ย่อมส่งผลให้มูลค่าทางการตลาดและมูลแบรนด์ของยูเวนตุสสูงขึ้นอีกด้วย

และเมื่อพูดถึงเกี่ยวกับหนึ่งในแบรนด์ดังเกี่ยวกับวงการฟุตบอลแล้ว sbobet ถือว่าเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่หลายๆคนคงจะคุ้นเคยกันดี เพราะ sbobet ถือว่าเป็นเว็บแทงบอลออนไลน์อันดับหนึ่ง ที่หลายๆคนให้ความวางไว้ใจ เพราะ sbobet เป็นแหล่งการพนันรายใหญ่ระดับต้นๆ ทั้งในบ้านเราและต่างประเทศ เพราะเว็บ sbobet เป็นเว็บแทงบอลออนไลน์ที่สมัครง่าย จ่ายจริง เลยเป็นเว็บแทงบอลออนไลน์ที่หลายๆคนให้ความนิยมนั่นเอง

ระบบเงินอัดฉีด น่าจะเลิกได้แล้วเหมือนกัน

เงินอัดฉีด

 

เงินอัดฉีด
เงินอัดฉีด

การพัฒนากีฬาบ้านเราสิ่งหนึ่งที่อยู่คู่กันมาตลอดเลยก็คือ เรื่องของเงินอัดฉีดนักกีฬา ว่าหากชนะจะได้เท่านั้นเท่านี้บาท ส่วนตัวเองมองว่าเมื่อก่อนการทำแบบนี้ก็ถือว่าเป็นแรงกระตุ้นชั้นดีเหมือนกัน แต่หากเป็นสมัยนี้การเอามาใช้ดูจะไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไร เหมือนกับข่าวที่นายกสมาคมจะอัดฉีดเงิน 10 ล้านหากชนะออสซี่ในเกมที่กำลังจะมาถึง

นักเตะมีเงินเดือนที่เยอะอยู่แล้ว

ส่วนตัวมองว่าหากเป็นกีฬาฟุตบอลการอัดฉีดไม่น่าจะต้องมีแล้ว เนื่องจากนักเตะที่มาเล่นให้กับทีมชาติแต่ละคนอยู่สโมสรดังๆทั้งนั้น เรื่องของเงินค่าเหนื่อยหากไปลองสำรวจดูน่าจะเกิน 50,000 บาทต่อเดือนกันแล้วในกลุ่มตัวจริง ส่วนตัวสำรองก็น่าจะประมาณ 30,000 บาทขึ้นไปแล้ว เพราะงั้นเรื่องเงินพวกเค้าน่าจะพร้อมกันแล้ว

เงินอัดฉีดน่าจะไปทำอย่างอื่น

หากข่าวว่าท่านนายกจะอัดฉีดเงิน 10 ล้านบาทจริง หากทำได้จริงก็ดี แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ได้อยากจะให้ทำอย่างนั้นจริงๆ เงินจำนวนมากขนาดนั้น น่าจะเอาไปทำอย่างอื่นเพื่อพัฒนากีฬาฟุตบอลแบบยั่งยืนดีกว่า เอาง่ายๆ เงิน 10 ล้านบาทนี้เอาไปตั้งเป็นรางวัลสำหรับลีคเยาวชน หรือ จะเอาไปเป็นทุนสำหรับบริหารการเก็บตัวทีมชาติที่จะต้องออกไปเยือนดีกว่าไหม จะได้ไม่ต้องไปบากหน้าขอคนอื่นเค้ามาอีก

ความภาคภูมิใจในการเล่นเพื่อชาติ

แต่ที่สำคัญจริงๆก็คือ การอัดฉีดหากทำมากเกินไป มันจะทำให้ลืมเรื่องสำคัญไปนะ นั่นก็คือ การได้เป็นตัวแทนทีมชาติไทยได้เล่นในนามทีมชาติ สิ่งนี้น่าจะมีความหมายและความภาคภูมิใจมากกว่าจำนวนเงินที่อัดฉีดอยู่แล้ว ยิ่งในสถานการณ์อย่างนี้ด้วยเชื่อว่านักเตะต้องการเล่นเพื่อเอาชนะ มากกว่าครั้งไหนๆแน่นอน ไม่ต้องเอาเงินมาอัดฉีดทุกคนก็สู้เต็มที่อยู่แล้ว

จะย้าย หรือ อยู่ ยังไงก็ต้องยอม

ถือว่าสิ้นสุดกันเสียทีกับมหากาพย์อันยาวนานในแคมป์เรือใบสีฟ้า ระหว่างเป๊บ กวาดิโอล่าร์ กับ ยาย่า ตูเร่และเอเยนต์ของเค้า ที่ตอนนี้ทางฝ่ายหลังได้ยอมเปิดปากขอโทษแล้วบอกว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดกัน (ซะงั้น) แต่เชื่อว่าหากดูเหตุผลเหล่านี้แล้วหากยาย่ายังอยากลงสนามต่อไปยังไงก็ต้องยอม

ผลงานในสนามเป็นที่ประจักษ์

เรื่องแรกที่เรามองเห็นได้เลยคือ ผลงานของแมนซิตี้ ในฤดูกาลนี้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลกอย่างมากว่า เป๊บ ได้เข้ามายกระดับทีมเรือใบโดยแท้จริง โดยเฉพาะเกมที่เปิดรังเอาชนะต่างดาวไปได้ในเกม UCL รอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งน่าจะทำให้แฟนบอลสรุปได้แล้วว่า เราควรอยู่ข้างใครในมหากาพย์ครั้งนี้

บทบาทในทีมไม่มีอีกแล้ว

นอกจากผลงานในสนามดีแล้ว เรื่องสำคัญเลยก็คือ ยาย่า ตูเร่ แทบไม่มีบทบาทในทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้อีกแล้ว หากย้อนกลับไปสัก 2-3 ฤดูกาลก่อน ยาย่า อาจจะเป็นห้องเครื่องตัวสำคัญของทีม แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว ตำแหน่งของเค้าถูกแทนที่ด้วย อิลคาย กุนโดกัน , แฟร์นันดินโญ่ , แฟร์นาน หรือแม้แต่ อเล็กซ์ การ์เซียด้วยซ้ำไป ยิ่งหาก ยาย่า มีปัญหากับผู้จัดการทีมด้วยอีก โอกาสการลงสนามก็ยิ่งจะตีบตันลงไปอีก

ยอมเพื่อย้าย ดีกว่าโดนดอง

เหตุผลสุดท้ายที่ ยาย่า ตูเร ต้องยอมก็คือ หากเค้าต้องการจะเล่นฟุตบอลต่อไป การย้ายออกไปน่าจะเป็นทางดีที่สุด แต่หากเป๊บไม่ยอมให้เค้าย้ายละจะเป็นอย่างไร แน่นอนว่าระดับแมนซิตี้มีเงินจ่ายค่าเหนื่อยนักเตะที่ไม่ได้ลงเล่นอยู่แล้ว จริงอยู่ ยาย่า อาจจะสบายที่ไม่ได้เหนื่อยแต่รับเงิน แต่มันก็แลกมากกับชีวิตนักฟุตบอลที่ดับลงไปด้วย ทั้งที่น่าจะเล่นระดับสูงได้อีก 2-3 ด้วยซ้ำ เค้าจะยอมให้เป็นอย่างนั้นเหรอคงไม่ ดังนั้นการยอมขอโทษเป็นทางออกเพื่อจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด

ปราสาทสายฟ้า กับการทุ่มครั้งใหม่

ปราสาทสายฟ้า
ปราสาทสายฟ้า
ปราสาทสายฟ้า

หลังจากกลับมาจากเกมทีมชาติ เชื่อว่าน่าจะเป็นช่วงทางตรงสุดท้ายของเกมฟุตบอลลีคบ้านเราแล้ว ซึ่งน่าจะเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างเมืองทอง ยูไนเต็ด และ แบงค็อก ยูไนเต็ด (เอาไว้มาพูดทีหลัง) แต่วันนี้เราขอยกพื้นที่ของเราให้กับทีมที่หล่นลงไปแบบไม่น่าเชื่อในปีนี้นั่นคือ ปราสายสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดที่ปีนี้เกมลีคคงได้แต่บี้ที่ 3 กับไปลุ้นบอลถ้วยเอา ทำให้ตอนนี้ทางทีมปราสาทสายฟ้าต้องมีการเสริมทัพกันอย่างเร่งด่วนเพื่อกลับมาในฤดูกาลหน้า แล้วก็ไม่ผิดหวังจริงจากข่าวที่ออกมา

เสริมทัพด้วยนักเตะระดับท็อปของเอเชีย

โดยปกติแล้ว บุรีรัมย์ มักจะไม่เสริมทัพด้วยการดึงนักเตะพวกตะวันออกกลางมานะ แต่คราวนี้ได้ข่าวมาว่าทีมกำลังเจรจาซื้อตัวนักเตะตะวันออกกลางคนหนึ่งชื่อว่า โรเจอริโอ คูตินโญ (ไม่ใช่ของลิเวอร์พูล) นักเตะตำแหน่งมิดฟิลด์ของทีม อัล คูเวต มารอแล้ว แน่นอนว่านักเตะคนนี้ถือว่าเป็นแกนของทีมเค้าเลย รับรองด้วยแชมป์ในประเทศรวมกันถึง 11 รายการ กับ แชมป์เอเอฟซี อีก 3 สมัย เรียกได้ว่าเสริมทัพคราวนี้กะเอาไปต่อยอดใน เกมระดับทวีปกันเลย

สัญญาณเตือนไปยังคู่แข่ง

หลังจากที่บุรีรัมย์ตกลงไปพอสมควรจากเรื่องผลงานในสนามและนอกสนาม ทำให้ใครหลายคนอาจจะคิดว่าเจ้าของทีมอาจจะเกิดอาการ “หมดไฟ” แล้วก็ได้ แต่เอาเข้าจริงกลับไม่เป็นอย่างนั้น การที่บุรีรัมย์ติดต่อซื้อตัวนักเตะระดับทวีปคนนี้เข้ามาสู่ทีม(ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ค่าตัวแต่คิดว่าต้องสูงเป็นประวัติศาสตร์แน่) นั้นย่อมเป็นการส่งสัญญาณว่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พร้อมที่กลับมาทวงบัลลังก์แชมป์ทุกอย่างอีกครั้ง ทีมอื่นอย่าได้ประมาทเชียว เชื่อว่าฤดูกาลนี้เสริมทัพกันสนุกแน่นอน เตรียมตัวรอดูกันได้

แจกใบเขียว ระบบใหม่ที่น่าสนใจ

ระบบการตัดสินฟุตบอลถือว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่แฟนฟุตบอลต่างตั้งคำถามว่าเมื่อไรจะมีการเปลี่ยนแปลง มีการปฏิวัติอะไรกันบ้าง แน่นอนว่าอย่างหนึ่งที่เปลี่ยนไปแล้วก็คือเรื่องของการนำภาพรีเพลย์มาช่วยในการตัดสินให้มันถูกต้อง แต่มีอีกเรื่องหนึ่งที่ถือว่าน่าสนใจมากๆ นั่นก็คือ การแจกใบเขียวแก่นักเตะ

แจกใบเขียวคืออะไร

ฟุตบอลสมัยนี้เป็นกีฬาที่มีการนำธุรกิจมีครอบงำแบบเต็มตัวแล้ว ทำให้ชัยชนะแต่ละการแข่งขันไม่ได้มีเพียงแค่ถ้วยแชมป์ แต้มในตารางอีกแล้ว มันยังหมายถึงรายได้ ภาพลักษณ์ และอื่นๆอีกมากมายด้วย จึงไม่แปลกที่จะทำให้นักเตะหลายคนต้องการที่จะเอาชนะโดยไม่สนวิธีการเล่นเลย จนลืมคำว่า น้ำใจนักกีฬาไปเลยก็มีเหมือนกัน(ทั้งโกง ทั้งแกล้งสารพัด) ทำให้ฟีฟ่าเองก็เพียรพยายามที่จะโน้มน้าวให้นักเตะมีสำนึกที่ดีในการเป็นนักฟุตบอล หรือที่เรียกว่า แฟร์เพลย์นั่นแหละ แต่ก็ไม่เป็นผลเท่าไร จนทำให้ต้องมีการเพิ่มรางวัลขึ้นมานั่นก็คือการแจกใบเขียว ที่หากนักเตะคนใดได้รับในเกมแสดงว่านักเตะคนนั้นเป็นคนที่เล่นได้อย่างมีน้ำใจนักกีฬาหรือแฟร์เพลย์ นั่นเอง

รางวัลแฟรเพลย์แบบบุคคล

ซึ่งแน่นอนว่าหากมีการแจกใบเขียวในสนามกันแล้ว(ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีนะ มีแค่การทดลองใช้เฉยๆในซีเรียเบ อิตาลี) สิ่งที่น่าจะตามมาในอนาคตก็คือ การมอบรางวัลแฟร์เพลย์ส่วนบุคคล ที่จะมอบให้กับนักเตะที่ได้รับรางวัลใบเขียวมากที่สุดในแต่ละฤดูกาล ซึ่งน่าจะเป็นการจูงใจให้นักเตะหันมาสนใจกับคำว่า “แฟร์เพลย์” มากขึ้น กว่าเดิม ทางเราก็หวังว่าการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จะทำให้นักกีฬาจะปรับตัวหันมาเล่นกีฬาอย่างใสสะอาดมากขึ้น

แรงเสริมทางลบ ใช้ได้แต่อย่าบ่อย

ถือว่าเป็นกลยุทธ์กระตุ้นนักเตะที่ต้องระมัดระวังพอสมควรเลยนั่นก็คือ การออกมาบอกว่าหากทีมไม่ได้ไปเล่น UCL ฤดูกาลหน้านักเตะจะต้องถูกหักค่าเหนื่อยเป็นจำนวนหนึ่งของทีมแมนยู ซึ่งโดยปกติแล้วจะไม่ค่อยเห็นวิธีเท่าไร วิธีเหล่านี้เราเรียกกันว่าการเสริมแรง หรือการกระตุ้นเชิงลบต่อนักเตะ(หรือลูกน้องในองค์กร)
แรงเสริม หรือ แรงกระตุ้นทางลบเป็นแบบไหน
การใช้แรงเสริม หรือการกระตุ้นนั้น โดยทั่วไปแล้วจะมีอยู่สองกลุ่มใหญ่คือ แรงเสริมทางบวก และแรงเสริมทางลบ ซึ่งคำว่าแรงเสริมทางลบนั้น นิยามง่ายก็คือ การทำให้ผู้ได้รับแรงกระตุ้นไม่สบายใจ หากทำไม่ได้ตามต้องการ อย่างเช่นการถูกตำหนิ(ทั้งวาจา และตัวหนังสือ) การถูกตัดสวัสดิการ หรือหนักที่สุดก็คือ การตัดเงินเดือน อย่างที่แมนยูหยิบมาใช้นั่นแหละ
ข้อดีของแรงเสริมทางลบ
การเสริมแรงทางลบแบบนี้ จริงๆผู้เขียนไม่ค่อยชอบเท่าไร แต่มันก็มีข้อดีของมันอยู่ นั่นก็คือการทำให้เห็นว่าจะถูกลงโทษจะทำให้คนเกิดการกระตุ้นเพื่อไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์นั้นกับตัวเอง อย่างเช่น กรณีนี้หากไม่อยากถูกตัดเงินเดือน นักเตะก็ต้องพยายามเล่นให้ดี เล่นให้ชนะเพื่อพาตัวเองจบอย่างน้อยอันดับที่ 4 จะได้ไปเล่น UCL ถ้าไม่งั้นตัวเองจะลำบาก
ข้อควรระวังในการใช้แรงเสริมแบบนี้
แต่การใช้แรงเสริมทางลบแบบนี้มันก็มีข้อเสียเหมือนกันก็คือ มันจะทำให้คนที่ทำตามแรงกระตุ้น เหนื่อยและเกิดความรู้สึกเชิงลบต่อองค์กรได้เหมือนกัน อย่างกรณีนี้ หากนักเตะตัวสำคัญถูกเอเย่นต์เป่าหูให้ย้ายไปเล่นทีมอื่น แล้วจะไม่มีกฏนี้ก็อาจจะทำให้การย้ายทำได้ง่ายขึ้น แต่สุดท้ายก็ต้องมาดูว่า การกระตุ้นแบบนี้จะได้ผลหรือไม่

ก้าวต่อไปของฟุตบอลหญิงไทย

ตอนนี้แฟนฟุตบอลไทยหลายคนอาจจะกำลังติดตาม และใจจดใจจ่อกับการเปิดฤดูกาลไทยลีค 2017 กันแล้ว แต่ว่าตอนนี้มีทีมชาติไทยชุดหนึ่งกำลังจะลงไปทำหน้าที่กันอยู่ นั่นก็คือ ทีมฟุตบอลหญิงไทย ที่จะลงแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียรอบคัดเลือกที่ประเทศปาเลสไตน์ วันนี้เราจะยังไม่ไปพูดถึงตรงนั้นกัน เนื่องจากเราจะมาดูก้าวต่อไปของฟุตบอลหญิงในบ้านเราก่อน
การสร้างเกมลีคระดับกึ่งอาชีพ
การพัฒนาอย่างหนึ่งทื่ถือว่าจะทำให้ยั่งยืนได้ก็คือ การสร้างลีคฟุตบอลหญิงขึ้นมาให้แข็งแกร่ง แต่การจะไปตั้งลีคเลยดูจะเป็นเรื่องที่รวดเร็วเกินไป ถ้าหากจะตั้งไปในลักษณะของกึ่งอาชีพไปก่อนก็น่าจะดี โดยเราขอเสนอว่าให้นำเงินที่ได้จากสปอนเซอร์เมื่อกี้นี้แหละ ไปจัดตั้งลีคกึ่งอาชีพขึ้นมา อาจจะต้องขอความร่วมมือให้ไปตั้งทีมอิงกับสโมสรฟุตบอลชายไปก่อน เพื่อจะได้เรียนรู้การสร้างทีมอย่างถูกวิธี แล้วก็ค่อยพัฒนาไปเรื่อยๆ
การสร้างเยาวชนตามระดับ
นอกจากการสร้างลีคเพื่อนักฟุตบอลและทีมงานเบื้องหลังทุกคนอยู่ได้แล้ว พอมีลีคจะทำให้การสร้างเยาวชนในระดับต่างๆนั้นเกิดตามไปด้วย เพราะหากเด็กผู้หญิงคนไหนอยากเตะบอลแล้วไม่มีอาชีพรองรับเชื่อว่าผู้ใหญ่คงไม่สนับสนุนแต่ถ้าทำแล้วติดทีมชาติ มีลีคให้เล่น มีคนที่ยอมจ่ายค่าตั๋วไปดู รับรองว่าการสร้างเยาวชนก็จะตามมาเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทางสมาคมก็ต้องวางแผนในการพัฒนาเยาวชนหญิงแต่ละระดับด้วย
การสร้างทีมงานเบื้องหลัง
การสร้างฟุตบอลหญิงให้ดีขึ้นมาได้นั้น อย่าคิดแต่สร้างนักเตะอย่างเดียว ให้สร้างบุคลากรอื่นประกอบด้วยไม่ว่าจะเป็น ผู้ฝึกสอน โค้ช กรรมการ และทีมงานเบื้องหลัง เนื่องจากฟุตบอลหญิงมีรายละเอียดแตกต่างจากฟุตบอลชาย ก็ควรจะมีการเรียนองค์ความรู้ที่แตกต่างกัน ดังนั้นทางสมาคมก็ควรหาทางสร้างบุคลากรไว้เสริมด้วย จะได้มีคนทำงานทางนี้

แดงเดือด รอบนี้ใครได้ใครเสีย

ถือว่าเป็นอีกเกมฟุตบอลที่นักเตะเล่นกันได้สนุกเร้าใจสมกการรอคอยจริงๆนั่นก็คือ ศึกแดงเดือด ครั้งที่ 2 ที่คราวนี้ไปเล่นกันที่ โอลด์แทรฟเฟิร์ดกันบ้าง แน่นอนว่าผลการแข่งขัน 1-1 ย่อมไม่เป็นที่ต้องการของทั้งสองฝ่ายอย่างแน่นอน ถึงอย่างไรเราก็เปลี่ยนผลการแข่งขันไม่ได้ วันนี้เรามาวิเคราะห์กันดีกว่าว่าใครได้ใครเสีย
ลิเวอร์พูล เสมอไม่เสียหาย
เริ่มกันที่ผู้มาเยือนอย่างลิเวอร์พูลกันก่อน ก่อนเกมครั้งนี้เชื่อว่าแฟนเดอะ ค็อปหลายคนคงต้องมองว่าเกมไปเยือนครั้งนี้ ลิเวอร์เป็นรองเจ้าบ้านอยู่หลายขุมเลย หากเทียบนักเตะตำแหน่งต่อตำแหน่งแล้วอาจจะสู้ได้ แต่เนื่องจากพวกเค้าขาดตัวหลักอย่าง มาเน่ และมาติป บวกกับ คูตินโญ่ ที่ยังไม่ฟิตสมบูรณ์เต็มถัง การได้ผลเสมอแบบน่าจะชนะด้วยซ้ำเมื่อพวกเค้าขึ้นนำไปก่อนจากการความผิดพลาดของป็อกบาที่ไปแฮนด์บอล แล้ว มิลเนอร์ ยิงจุดโทษเข้าไป โชคไม่ดีที่สุดท้ายแล้วพวกเค้ายันสกอร์นี้ไว้ไม่อยู่ เลยทำให้ได้เพียงแค่ 1 แต้มกลับบ้าน อาจจะมองว่าทำให้การตามไล่เชลซี ดูห่างออกไป แต่เอาจริงจากเกมในสนาม 1 แต้มถือว่าคุ้มแล้ว
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เสมอเหมือนแพ้
ส่วนเจ้าบ้านอย่างแมนยู ที่ต้องบอกว่าคึกคักสุดขีดทั้งผู้เล่น และฟอร์มโดยรวมของทีม น่าจะชนะได้อย่างแน่นอน แต่ปรากฏว่ากลับโดนนำก่อนจากลูกโทษซะอย่างนั้น พอโดนนำแล้ว แมนยูขึงพรืดผู้มาเยือนตลอดทั้งเกมเลย แต่ก็ยังยิงไม่ได้สักที จนกระทั่งมาได้ประตูหลังจากที่ เฟลไฟลนี่ ลงมาเล่นลูกกลางอากาศคู่กับ อิบรา ก็เลย ยิงเข้าไปได้ น่าเสียดายว่าลูกตีเสมอมาช้าไปหน่อย ถ้าได้มาสักนาทีที่ 60 กว่าๆ น่าจะมีลุ้นถึงชนะได้เลย เสมอในเกมที่เล่นบุกอยู่ข้างเดียวอย่างนี้ เหมือนกับแพ้เลยมากกว่า แต่ก็ยังดีที่แมนซิตี้แพ้ คะแนนเลยไม่ทิ้งกันไปเท่าไร

เฟลไลนี่ ใครไม่ชอบ มูชอบ

เชื่อว่านักเตะที่แฟนบอลแมนยูหลายคนต้องส่งเสียง ยี้ กันออกมาเป็นประจำเมื่อได้ยินชื่อก็คือ มารูยาน เฟลไลนี่ กองกลางชายเบลเยี่ยม ที่ลงมาทีไรมักจะสร้างความเสียวซ่าน ว่าจะเสียประตูไหมให้กับแฟนผีกันอยู่ตลอด หลายคนอาจจะไม่ชอบ อยากให้ขายทิ้ง แต่ทำไม ผู้จัดการทีม อย่าง มู ถึงชอบนักชอบหนา ถึงกับจะขยายสัญญากันเร็วๆนี้ด้วย

เฟลไลนี่ ตัวปิดเกมที่มูต้องการ

อย่างแรกที่ มูรินโญ่ ชื่นชอบในตัวของ เฟลไลนี่ นั่นก็คือ การส่งเค้าลงมาเป็นตัวปิดเกมในช่วงเวลาที่ใกล้หมด เพราะหากไม่นับที่เค้าทำเสียจุดโทษไป ต้องยอมรับเลยว่า ช่วงท้ายเกมถ้าสกอร์ผีแดงนำอยู่ฝ่ายตรงข้ามมักจะอาศัยการโยนยาวเป็นหลัก แล้วการส่งเฟลไลนีไปก็ไปเก็บกินลูกกลางอากาศจากหน้ากรอบเขตโทษนี่แหละ

เฟลไลนี่ ลูกกลางอากาศเชื่อได้

ถึงจะมองว่า เค้าไม่ค่อยดีเท่าไร แต่อย่างหนึ่งที่เป็นจุดเด่นของเค้าแล้วทำได้ดีมาตลอดนั่นก็คือ เรื่องของลูกกลางอากาศที่เก็บเรียบได้หมด ถ้าจะหากองหน้ามาเบียดโหม่งกับเค้าได้ ก็ต้องเป็น ปีเตอร์ เคราซ์ , คริสเตียน เบนเทเก้ หรือ ไม่ก็แอนดี้ แคร์โรล โน่นเลย ถ้าเป็นคนอื่นก็ยากนะ เพราะพี่ฟูมันตัวสูงใหญ่ ยาว

เฟลไลนี่ เชื่องช้าแต่ก็พอไหว

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าลูกกลางอากาศพี่ฟูจะเก่ง แต่เรื่องบนพื้นนี่ไม่ไหวเลย เพราะเค้าตัวใหญ่เลยเชื่องช้า ไม่คล่องตัวเท่าไร ถ้าเจอพวกเร็วๆจิ๊ดๆเข้าไป รับรองเลยว่า ช้าไป 1 จังหวะเสมอ เหมือนกับที่เค้าทำเสียลูกโทษท้ายเกมนั่นแหละ อีกอย่างที่ต้องบอกว่าพี่ฟูทำได้ดีก็คือ การเล่นแบบหนักหน่วง ตอดเล็กตอดน้อย การเล่นแบบนี้แหละทำให้ฝ่ายตรงข้ามเสียสมาธิที่กำลังต้องการประตูอย่างมาก ต้องมาดูกันว่าปีนี้ พี่ฟูจะทำให้เราชม หรือ ด่า อย่างไหนมากกว่ากัน

เกมอุ่นเครื่อง เวทีสำหรับดาวรุ่ง

ช่วงนี้แฟนบอลบ้านเราใครเป็นแฟนคลับ หรือ เอฟซี ของทีมไหนคงต้องกล่าวคำว่า อุ่นเครื่องกันได้แล้ว เนื่องจากฟุตบอลลีคใกล้จะเปิดตัวเข้ามาทุกขณะ ซึ่งตอนนี้แต่ละทีมก็ใช้เวลาในการตะเวน หรือ เปิดบ้านอุ่นเครื่องเพื่อเตรียมความพร้อมให้มากที่สุดไปด้วย แน่นอนว่านอกจากจะได้ลองแผนการเล่นแล้ว ฟุตบอลอุ่นเครื่องยังเป็นเวทีในการลงสนามของดาวรุ่งอีกด้วย

เกมอุ่นเครื่อง ดาวรุ่งจะได้ลงสนาม

เกมอุ่นเครื่องเป็นเกมที่ไม่ค่อยมีความหมายเท่าไร ประกอบกับนักเตะระดับซีเนียร์ หรือตัวหลักของทีมอาจจะยังไม่ได้กลับมาจากการพักร้อน หรือ ความฟิตยังไม่ถึง ทำให้เป็นโอกาสทองที่จะให้ดาวรุ่งแต่ละคนในทีมที่มีแววจะถูกดันขึ้นชุดใหญ่ ได้ลงสนามเพื่อพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งก่อนที่ผู้จัดการทีมจะตัดสินใจอนาคตของพวกเค้า

โอกาสที่จะสร้างความประทับใจ

แน่นอนว่าโอกาสที่น้อยนิดเช่นนี้ ดาวรุ่งหลายคนจะต้องฉวยคว้าไว้ให้ได้ การได้ลงอย่างนี้ไม่ได้มีกันบ่อยๆพวกเค้าจะต้องสร้างความประทับใจในตำแหน่งของตัวเองให้ได้ อย่างกองหน้าก็ต้องยิงประตู หรือ ทำแอสซิสต์ กองกลางก็ต้องโชว์ทักษะการเลี้ยง การจ่ายให้เกิดประโยชน์ต่อทีม หรือ กองหลังก็ต้องโชว์ความแข็งแกร่งทั้งลูกกลางอากาศ และบนพื้น เพราะหากฟอร์มดี ประทับใจก็อาจจะถูกดันขึ้นชุดใหญ่ในฤดูกาลนี้เลยก็เป็นได้

การเล่นให้เข้ากับแผนการเล่นและแท็คติค

ไม่เพียงแค่ทำหน้าที่ตามตำแหน่งของตัวเองให้ดีที่สุดเท่านั้น การเล่นให้เข้าแผนการเล่นและแท็คติคที่ผู้จัดการทีมวางเอาไว้ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะหากเล่นดีแต่ไม่เข้ากับแผนการเล่น ไม่เข้ากับเพื่อนร่วมทีม อย่างนี้ก็อาจจะไม่ชอบ แต่กลับกันเล่นอาจจะไม่หวือหวา แต่ทำได้ตามเป้าหมาย ตามแท็คติค อย่างนี้ผู้จัดการทีมจะชอบมากกว่า ดาวรุ่งคนไหนจะได้ขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ในปีนี้กันนะ น่าติดตามจริงๆ